บันทึกสัปดาห์แรกมีนา 52 UPDATE
17 มีนาคม 2009, 11:58 pm
ดนตรี
ลองฟังสถานีดนตรีจากต่างประเทศมาอาทิตย์หนึ่ง ที่ฟังมากสุดก็คงเป็น BBC Radio 3 Classical ดีแฮะ มาคิดๆดู ช่วงระหว่างเปลี่ยนผ่านของโลกาภิวัฒน์ก็มีอะไรให้ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน สถานีเหล่านี้คงได้รับเงินสนับสนุนจากภาษีของคนในชาติเค้า เขาจะรู้ไหมหนอว่ายังได้เจือจานพลเมืองในประเทศด้อยพัฒนาโพ้นทะเลที่กันดารมหรสพขนาดหนัก
- Schumann: Hermann und Dorothea อาจจะไม่ใช่ชิ้นดัง สนใจที่มีบางท่อนใน La Marseillaise มาด้วยแฮะ
- Max Reger ไม่เคยฟังมาก่อน สถานี BBC เปิดงานของเขาบ่อยมาก?
หนัง
Almanac of Fall (1984, Béla Tarr)
หนังช่วงแรกๆ ของทาร์ อาจจะแปลกและไม่คุ้นไปบ้างเพราะเป็นหนังสี และความหนักหน่วงของอารมณ์ เขายังคงควบคุมส่วนประกอบทุกสิ่งอย่างเคร่งครัดไม่ผ่อนปรน ทั้งการเคลื่อนกล้อง แสง การเลือกโทนสี ผลจากการควบคุมเช่นนี้สร้างความตึงเครียดทางอารมณ์ได้มาก โลกในหนังเป็นโลกที่แห้งแล้ง หยาบกระด้างและเย็นชา ผู้คนปราศจากน้ำใจและเอาแต่พร่ำบ่นถึงชีวิตของตน แต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะกระทำอันใดเพื่อออกไปจากโลกแบบนี้ได้ เป็นหนังที่หนักอึ้งจริงๆ
The Second Circle (1990, Alexander Sokurov)
หนังควบคุมองค์ประกอบคล้ายๆ กับหนังเรื่องที่แล้วของทาร์ ดีแต่ว่ายังดูนุ่มนวลกว่าหน่อย ลีลาทางภาพดูคล้ายแนวทางของทาร์คอฟสกี แต่อารมณ์จะแห้งแล้งกว่า เพราะหนังเรื่องนี้ฉายภาพความตาย พระเอกเดินทางกลับมาบ้านของพ่อเพื่อสะสางความตายของพ่อตามขั้นตอนระบบบริหารราชการรัสเซีย ความยุ่งยากซับซ้อนของระเบียบต่างๆ เสริมกับความโดดเดี่ยวของชีวิต สร้างผลกระทบทางอารมณ์ได้อย่างดียิ่ง ลีลาการใช้กล้องที่เน้นความต่อเนื่องของผู้กำกับทำให้หนังยังมีความสวยงามและนุ่มนวลอยู่บ้าง อย่างช้าๆ คนดูจะสัมผัสได้ว่าชีวิตของพระเอกดำเนินไปใกล้เคียงกับพ่อของเขาที่ตายไป การดำรงอยู่ภายใต้โลกที่กลายเป็นกับดักใกล้เคียงกับความตายมากกว่าชีวิต
The Return (2003, Andrey Zvyagintse)
หลังจากดูหนังหนักมากๆ มาสองวันติดเลยต้องผ่อนคลายลงหน่อย หนังเรื่องนี้หากเทียบกับฮอลลีวูดก็ถือว่าเรียบกว่า แต่ก็ผ่อนคลายกว่าหนังสองเรื่องที่แล้วมากๆ หนังน่าสนใจที่ความสัมพันธ์ของครอบครัว พ่อกับลูกและพี่กับน้อง ซึ่งสมจริงดีมาก ทั้งผู้เป็นพ่อกับลูกคนเล็กมีความดื้อแฝงฝังอยู่ ขาดพร่องไม่สมบูรณ์ นำไปสู่การทำร้ายกัน และลงเอยด้วยโศกนาฏกรรม แต่ก็ดูน่าเห็นใจ ไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ เป็นหนังที่ให้ภาพบาดแผลของครอบครัวได้น่าสนใจที่ดูใกล้ตัวมากๆ
I Fidanzati (1963, Ermanno Olmi)
ตอนแรกดูจากหน้าหนังนึกว่าจะทอดแนวมาจาก Neorealism แต่พอดูไป หนังมีลีลาเชิงกวีอยู่ในอัตาส่วนที่สูงและสอดแทรกอยู่เป็นระยะๆ ภาพในหนังดูสวยและอารมณ์ต่อเนื่องลื่นไหลดีมาก ไม่ว่าจะเป็นภาพงานเต้นรำในเมือง หรือโรงงาน ชีวิตชนบท งานเทศกาลรื่นเริงในซิซิลี โดยไม่ต้องใช้ภาพพิสดารอะไรเลย
พอดูของแถมมาค่อยไขปริศนาออก ผู้กำกับมีฝีมือทางการถ่ายภาพ และเคยทำงานในโรงงานมาด้วย เขาจึงมองโรงงานด้วยสายตาของคนในและฝีมือทางการถ่ายภาพก็ทำให้เขาสามารถสกัดแง่มุมที่สวยมาเป็นภาพได้ นอกจากนั้นเขายังนับถือปาโซลินี่และรอสเซลลินี่ ตัวหนังถึงไม่เคร่งครัดกับความสมจริงและกล้าจะสอดแทรกภาพที่สร้างอารมณ์เชิงกวีไว้ตลอด (มานึกดู ผู้กำกับปาโซลินี่น่าสนใจจริงๆ แม้เขาอาจจะไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนักในแวดวงคนดูหนังของไทย แต่ในบรรดาผู้กำกับอิตาเลียน เขาต้องมีอะไรที่น่าสนใจมากๆ)
The Wind Will Carry Us (1999, Abbas Kiarostami)
หนังที่ปลอดโปร่ง ฉายภาพชีวิตและความตาย ผ่านประสบการณ์ของคนเมืองในโลกชนบท แทบจะโยนเทคนิคการเล่าเรื่องและการเร้าอารมณ์ทิ้ง ผลที่ได้จึงเป็นสัมผัสทางอารมณ์ล้วนๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาความตื่นเต้นของเรื่องเล่าเลย ฉากเด็กสาวรีดนมวัว และฉากนั่งมอเตอร์ไซคล์ตัดทุ่ง นำพาคนดูสู่อาณาจักรภายใน อย่างเรียบง่าย สวยงาม ผ่านท่วงทำนองของบทกวี เป็นหนังที่น่าประทับใจจริงๆ
อืม สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยหนังที่หนักอึ้งและเน้นการควบคุม และก็ทยอยผ่อนปรนมาเรื่อยๆ จนมาถึงหนังที่รื่นรมณ์เบาสบาย ทั้งที่มิได้วางแผนไว้เลยแฮะ
[top]
pod
18 มีนาคม 2009, 6:06 pm
อยากดู ความจำสั้นฯ จนบัดนี้ยังไม่ได้ดู แต่วันนี้จะปดูล่ะครับ ^^