หนังน่าสนใจที่ดูสัปดาห์ที่แล้ว
5 มีนาคม 2009, 1:40 am
Distant (2002, Nuri Bilge Ceylan)
เคยคุยกับคุณ pallas ไว้ว่าจะหาหนังตุรกีมาดู เจอเรื่องนี้ก็เลยลองก่อน ผู้กำกับเป็นช่างภาพ และก็เป็นนักอ่านที่ชอบเชคอฟ หนังจึงดำเนินไปด้วยชั้นเชิงและประสบการณ์ของช่างภาพ และมองโลกกับมนุษย์ด้วยสายตาแบบเชคอฟ ลีลาช้าเนิบ ปราศจากโครงเรื่อง แต่เต็มไปด้วยสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน หนังเล่นกับภาพวิถีชีวิตของคนเมือง ทำให้ใกล้ตัวทีเดียว ผู้กำกับเก่งจริงๆ ที่ทำให้มันน่าสนใจได้
Cocoon (1995, Nuri Bilge Ceylan)
หนังสั้นเรื่องแรกของผู้กำกับ แสดงให้เห็นความสนใจทางด้านภาพของเขาได้เป็นอย่างดี
The Death of Mister Lazarescu (2005, Cristi Puiu)
ดูตามวิธีการแล้ว คล้ายกับ 4 Months, 3 Weeks and 2 Days (2007, Cristian Mungiu) แต่สัมผัสกับเรื่องนี้ได้มากกว่า (อาจเป็นเพราะ 4 Months, 3 Weeks and 2 Days มันเป็นเรื่องราวและปัญหาของผู้หญิง) ที่น่าสนใจที่สุดคือไปพบคำวิจารณ์เรียกลักษณะหนังเรื่องนี้ว่า Kafkaesque ซึ่งช่วยต่อยอดได้ดี เพราะเคยมีประสบการณ์ในชีวิตที่มีส่วนร่วมกับหนังเรื่องนี้และทำให้คิดถึงคาฟคาจริงๆ
ตอนนี้วางแผนไว้ว่าจะอ่าน การไต่สวน (ฟรานซ์ คาฟคา/ตวงพร พงษ์โสภาวิจิตร แปล) อ่านจบแล้วเดี๋ยวเขียนถึงหนังเรื่องนี้กับคาฟคาอีกที
La Commare secca (1962, Bernardo Bertolucci)
หนังเรื่องแรกของแบร์โตลุคชี ลองค้นทาง’เน็ต เห็นมีคนเทียบกับ ราโชมอน ซึ่งไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก ราโชมอนใช้เหตุการณ์ฆาตกรรมเป็นแกนกลางสำคัญ การเล่าเรื่องของแต่ละคนแวดล้อมเหตุการณ์แกนกลางนี้ แม้ต่างคนจะเล่าต่างกันไป แต่เหตุการณ์กลาง (การฆาตกรรม) เป็นจุดร่วมผูกตัวละครและเรื่องเล่าของแต่ละคนเข้าด้วยกัน
เรื่องนี้ของแบร์โตลุคชีสัมผัสอารมณ์แบบอื่นมากกว่า พอได้ดูเขาเล่าความหลังเกี่ยวกับหนังแล้ว ต่อยอดต่อไปได้ว่าความต่างนั้นอยู่ที่หนังเรื่องนี้เล่นสนุกกับการบ่อนเซาะความสำคัญของเหตุการณ์กลางนั้นเอง หนังมีการไต่สวนแบบราโชมอน ซึ่งโดยลักษณะแล้ว การไต่สวนคือการพยายามเชื่อมโยงรายละเอียดให้เป็นเหตุเป็นผลกัน จนเป็นโครงเรื่องเล่าเพื่อนำไปสู่การคลี่คลาย แต่การเล่าของแต่ละตัวละครในเรื่องนี้กลับไม่มีอะไรเกี่ยวกับเจ้าเหตุการณ์ฆาตกรรมนี้ซักเท่าไหร่เลย ตรงกันข้าม จุดน่าสนใจของแต่ละเรื่องราวกลับไปอยู่ที่สิ่งละอันพันละน้อยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ที่น่าสนใจที่สุดคือดูเหมือนสิ่งร้อยรัดเรื่องและตัวละครไว้ด้วยกันคือสายฝนตอนบ่ายๆ และบรรยากาศอ้อยอิ่งตอนค่ำในสวนใกล้สถานที่ฆาตกรรม แม้ดูบางเบา แบร์โตลุคชีใช้คำว่าเขาพยายามจะผูกสัมพันธ์นั้นไว้ใน เชิงกวี็ เขาพยายามถ่ายทอดความเนิ่นนานของเวลา
Blow-Up (1966, Michelangelo Antonioni)
หนังแอนโทนีโอนีเรื่องนี้มีคนวิเคราะห์ไว้เต็มไปหมด คุณภัควดีเขียนถึงใน วารสารอ่าน โดยส่วนตัวคิดว่าหนังแอนโทนีโอนีน่าจะดูเหมือนกับดูภาพวาดหรือฟังเพลงบรรเลงนะ เรื่องนี้มีห้วงขณะที่น่าประทับใจเยอะมาก บ้างก็ sexy บางทีอ้อยอิ่งชวนพิศวง ก็สมกับกิตติศัพท์ความโด่งดังของหนัง
The Trial of Joan of Arc (1962, Robert Bresson)
เคยพยายามทำความเข้าใจตรรกะทางความงามของหนังแบรสซง พอได้ดูเรื่องนี้กับดูของแถมต่างๆ ช่วยได้เยอะเหมือนกัน คิดว่าการถ่ายภาพของเขาเป็นปริศนาสำคัญที่สุด และการลดทอนทุกๆ องค์ประกอบโดยเฉพาะการแสดงก็ด้วย
หนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีจริงๆ มีแค่สามฉากเองมั้ง หนังยาวแค่ชั่วโมงเดียว ฉากสุดท้ายก็สั้น แต่เป็นจังหวะที่เข้มข้นมาก
[top]