คริสต์มาสอีฟกับเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ

24 ธันวาคม 2009, 2:27 pm

The Little Match Girl

The Little Match Girl ที่มาของภาพ:วิกิพีเดีย

เด็กหญิงขายไม้ขีด (ซึ่งในยุโรปยุคนั้นคือขอทานจำแลง) ซุกตัวแนบผนังตึกเพื่อหลบความหนาวเยือก และหิมะที่โปรยปรายมาไม่ขาดสาย วันนี้เธอขายไม้ขีดไม่ได้สักมัดเดียว จึงไม่กล้ากลับบ้านที่หนาวเยือกพอๆ กัน เพราะกลัวพ่อจะตี

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจจุดไม้ขีดไฟกับผนังตึกเพื่อรับความอุ่นจากเปลวไฟสักชั่วครู่ พลันที่แสงไฟลุกขึ้นที่ปลายไม้ขีด เธอก็ได้เห็นเตาผิงทองแดงสวยงามที่แผ่ความอุ่นไปทั่วร่าง เธอยื่นมือที่เกือบแข็งออกรับไออุ่น แล้วกำลังจะยืดขาที่ปราศจากรองเท้าออกไปรับไออุ่นบ้าง พลันแสงไฟจากไม้ขีดก็ดับลงพร้อมกับภาพเตาผิงทองแดงที่หายวับไป

เธอจุดไม้ขีดก้านที่สอง แสงของมันที่กระทบกำแพงทำให้กำแพงโปร่งในเหมือนม่านบางๆ เธอมองเห็นโต๊ะอาหารที่มีห่านย่างวางอยู่บนจานกระเบื้อง มีขนมนมเนยเพียบพร้อม ห่านย่างซึ่งมีมีดและซ่อมปักอกอยู่นั้น กระโดดลงจากโต๊ะแล้วกำลังกระเสือกกระสนมาหาเธอ แต่ไฟก็ไหม้ไม้ขีดจนสิ้นก้าน แสงไฟดับลงและทุกอย่างก็หายวับไปพร้อมกัน

ไม้ขีดก้านที่สาม ทำให้เธอเห็นต้นคริสต์มาสใหญ่ที่ประดับประดาไว้อย่างสวยงาม มีตุ๊กตาตัวเล็กๆ ห้อยอยู่ตามกิ่ง เธอเอื้อมมือออกไปเพื่อจับตุ๊กตาแสนสวยนั้น พลันแสงไม้ขีดก็ดับลงและความหนาวเยือกกลับมาโบยกระหน่ำตัวเธอใหม่

เธอจุดไม้ขีดอีกก้านหนึ่ง พลันเธอก็เห็นย่าผู้ล่วงลับซึ่งเป็นคนเดียวในชีวิตที่รักและเอ็นดูเธอ แต่คราวนี้ย่าแต่งกายงดงาม ใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยปรากฏในชีวิตจริง เด็กหญิงตัวน้อยร้องขอให้ย่าพาเธอไปด้วย แล้วจุดไม้ขีดต่อเนื่องเพราะกลัวว่าย่าจะหายไปเหมือนอะไรดีๆ ที่ได้หายไปพร้อมกับแสงไฟ ย่าอุ้มเธอขึ้นมาแนบอก แล้วพาเธอล่องลอยจากไป

วันรุ่งขึ้น ฝูงชนมองศพเด็กหญิงขายไม้ขีดที่ซอกตึกแห่งนั้น บางคนพูดว่าเธอคงจุดไม้ขีดเพื่อสู้กับความหนาว โถน่าเวทนาเสียจริง

บรรยากาศคริสต์มาสอีฟนับตั้งแต่สมัยของดิกเกนส์เป็นต้นมา คงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขดังที่เขาจินตนาการไว้ใน A Christmas Carol นะครับ แต่คริสต์มาสในแบบอื่นๆ อย่างเช่นในนิทาน เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ก็คงมีอยู่ และจับใจคนทั้งโลกไม่แพ้กัน (แต่ตามเรื่องจริงๆ แล้วเหมือนจะเป็นคืนปีใหม่ ไม่ใช่คริสต์มาส)

ความหนาว ความยากจน กัดกินผู้คนจำนวนมหาศาลเสมอมา

คริสต์มาสปีนี้ในไทยไม่หนาว และเช่นเดียวกับที่คงไม่มีใครหนาวตายในเมืองไทย แต่แม้เมืองไทยจะห่างไกลจากอังกฤษและเดนมาร์ก รวมทั้งยุคสมัยแวดล้อมก็คงต่างกันมากกับเวลาของดิกเก้นส์และแอนเดอร์สัน ถึงอย่างไร ความยากจนนั้นก็คงมีอยู่จริง หากเรารำลึกถึงเพื่อนมนุษย์ที่กว้างออกไปในคริสต์มาสได้ คริสต์มาสคงมีความหมายมากขึ้นกว่าเดิมนะครับ

สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ

หมายเหตุ: เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ ที่นำมาแปะนี้ เป็นการนำมาเล่าใหม่โดยอ. นิธิ เอียวศรีวงศ์

เพลง The Little Drummer Boy ในคลิปนี้เพราะดีครับ

[top]

One Response to “คริสต์มาสอีฟกับเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ”

  1. Tweets that mention คริสต์มาสอีฟกับเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ | Warong -- Topsy.com

    24 ธันวาคม 2009, 2:39 pm

    [...] This post was mentioned on Twitter by iMenn, warong. warong said: [blog] http://is.gd/5zBza คริสต์มาสอีฟกับเด็กหญิงขายไม้ขีดไฟ [...]

Leave a Reply