ปีที่แล้ว 2554

4 มกราคม 2012, 1:45 am

ไม่ได้อัพบล็อกมาหลายเดือน ปีนี้คงต้องกลับมาบันทึกอะไรเพิ่มขึ้นบ้างแล้ว เพราะไปรับปากคนเค้าไว้ด้วยว่าจะหาเวลามาเขียน ก็น่าจะเริ่มต้นที่ช่วงปีใหม่นี้อ่ะนะ – -”

ปีที่แล้วได้ใช้เวลาในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม ถึงกับต้องเข้าสำนักงานแบบคนทั่วไปในบางงานเอาเสียด้วย ส่งผลให้แย่งเวลาในการหาความบันเทิงใจส่วนตัว (แบบที่เคยใช้เวลาส่วนใหญ่ก่อนหน้าไปในทางนี้เสียมาก) ซึ่งผลจากการห่างเหินเพื่อใช้เวลาในสำนักงาน ทำให้ช่วงนึงรู้สึกว่าสภาพจิตใจตกต่ำเอาพอควรเลยทีเดียว

แต่ครั้นลองตรวจสอบยอดเงินในธนาคารดู ก็รู้สึกว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ปฏิเสธได้ยากนั่นแหละ อยากได้เงิน อยากจะใช้ชีวิตในรูปแบบนี้ ก็คงต้องเลือกแบ่งเวลาและข้อจำกัดเอา

ปีที่ผ่านมามีเรื่องที่รู้สึกดีอยู่หลายเรื่องเหมือนกัน

เข้าไปช่วยในบริษัทดิจิตัลเอเยนซี่

งานที่ต้องเข้าสำนักงานคืองานนี้แหละ คือ บริษัทสามย่าน ที่เค้าเปิดตัวในปีนี้ ถึงแม้จะเข้าไปช่วยแบบห่างๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าทีมเค้าดีนะ คนฝีมือดี เอาการเอางาน ให้ความสำคัญกับกำหนดเวลาและการวางแผนแบบมืออาชีพ

ถึงแม้วิธีคิดหลายๆ อย่างต้องการการทำความเข้าใจกันอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็เป็นทีมที่มีศักยภาพสูงในสายงานของเค้า

ที่ดีมากคือทำให้มีเงินในบัญชีช่วงปลายปีแบบตกใจเล็กน้อย (เพราะปรกติไม่ค่อยมีเงินเก็บได้เท่าไหร่) ไม่น่าเล่า เพื่อนๆ ที่จบจากที่เรียนด้วยกันมา และมุ่งมั่นจะวิ่งไปในเส้นทางนี้อย่างเต็มกำลัง ถึงได้มีความมั่นคงและออกดอกออกผลในช่วงนี้กันอย่างเต็มที่

ถ้าไม่มีช่วงน้ำท่วมปลายปีอาจสบายกว่านี้เรื่องเงินมากเลย

ช่วยงานเว็บไซต์สื่อใหม่สองเจ้า

ถ้ามองว่าหลังจากจบมา ก็ทำงานด้านอินเทอร์เน็ตมาตลอด และบางช่วงก็ไปทำงานด้านไอทีให้องค์กรด้านสื่ออยู่แล้วด้วย ก็น่าจะถือได้ว่างานนี้ตรงความชอบและมีประสบการณ์อยู่พอสมควร ปีนี้ได้เข้าไปช่วยเว็บ สยามอินเทลลิเจนซ์ และ ไทยพับลิก้า ในช่วงเติบโตของเว็บแรก และช่วงเริ่มต้นตั้งตัวของเว็บหลัง

งานกับสยามอินเทลลิเจนซ์เป็นงานต่อเนื่องจากปีก่อนโน้น (2553) มองย้อนไปในเวลานี้ ช่วงตอนพยายามลองผิดลองถูก เพื่อหาแนวทางด้วยกันแบบ DIY นั้น ถือเป็นช่วงน่าตื่นเต้นจริงๆ ตั้งแต่ร่วมกับทีมลองเพื่อลองผลักดันและหาแนวทางของบทความแบบที่ไม่เคยทำ ไปจนถึงช่วงเลือกตั้งที่คนเข้าเว็บแบบถล่มทลายอย่างไม่คาดหมาย (เพราะเวิร์ดเพรซช่วย) จนรวบยอดมาเป็นบทความหลังเลือกตั้งที่ออกมาแบบถูกที่ถูกจังหวะ ส่งผลกระทบในวงกว้างกว่าที่คาดเอาไว้

เป็นช่วงสนุกสนานจริงๆ เวลาเห็นอะไรมันเข้าเป้า (แบบกึ่งโชคดึ่งฝีมืออ่ะนะ)

ส่วนของไทยพับลิก้านั้นไปช่วยด้านเทคนิคอย่างเดียว เพราะที่นี่เป็นอีกแนวทางนึง จากสายพี่นักข่าวที่มาจากสื่อมวลชนตามระบบ (สื่อสิ่งพิมพ์) ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานและต้นทุนทางสังคมพรักพร้อมแล้ว ครั้นเปลี่ยนมาเป็นข่าวบนเว็บ วิธีคิด ทรัพยากร และแนวทางของเค้านั้นก็ยังชัดเจน

การช่วยที่ไทยพับลิก้าทำให้ได้โอกาสได้ไปดูงานที่มาเลเซียกับพี่นักข่าว และต้องยอมรับนับถือฝีมือและความกล้าของสำนักข่าวมาเลเซีย Malaysiakini เค้า

คุณเปรม มาเลเซียกินี่

คุณเปรม มาเลเซียกินี่

จัดงานเสวนา

เนื่องจากได้ไปแวะเวียนเยี่ยมชมตามงานเสวนาที่โน่นที่นี่หลายที่อยู่เหมือนกัน เมื่อมีโอกาสทำงานกับไทย เน็ตติเซ่นและสยามอินเทลลิเจนซ์ เลยลองเสนอจัดงานเสวนาให้เค้าดูบ้าง ซึ่งแต่แรกนึกว่าแค่เสนอความคิดไปก็คงพอ ไปๆ มาๆ ต้องลงมาลุยเอง เหนื่อยดีแท้

แต่คิดว่างานออกมาน่าพอใจนะ คนมาร่วมฟังก็เยอะ ได้รู้ได้ฟังคนเก่งๆ หลายคนเหมือนกัน

งานเสวนาที่ร้านก็องดิด

งานเสวนาที่ร้านก็องดิด

น่าเสียดายที่ช่วงต่อมา ด้วยความจำกัดด้านเวลา ทำให้ไม่มีโอกาสมาสานต่อ ทั้งในแง่ความคิดหรือด้านความสัมพันธ์กับคนที่ได้รู้จักกันเพราะงานนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็น่าประทับใจ

ก็เป็นไปได้ตามข้อจำกัดล่ะนะ

ลงเรียนคอร์สเกี่ยวกับศิลปะคอร์สแรก

เพราะได้เงินจากการทำงานในสำนักงานมากช่วงต้นปี (เมื่อเปรียบช่วงก่อน) ช่วงปลายปีเลยไปลงเรียน วิชาเกี่ยวกับศิลปะ ดู

ก็เพิ่งจะรู้ว่าเค้ามีหลักวิชาทางปรัชญากันแบบเป็นระบบอ่ะนะ รู้ได้เลยว่าที่ผ่านมาซึ่งไม่เคยเรียนอะไรพวกนี้นี่เป็นการคิดแบบมั่วมางูๆ ปลาๆ ตลอดมาแน่ๆ

งานนี้น่าจะป็นความประทับใจสูงสุดในรอบปีเลย เวลาเรียนกับคนเก่งๆ มันช่วยอะไรได้มากกว่าการทู่ซี้อ่านเอาเองเยอะมาก คอร์สนี้ทดแทนการห่างเหินจากการหาความบันเทิงใจในช่วงต้นถึงกลางปีได้เลย หลังจากนี้ เวลาดูหนังฟังเพลง หรือได้เห็นได้ฟังสิ่งที่ผ่านหูผ่านตา จะไม่สามารถมองหรือรับรู้อะไรแบบเดิมๆ ได้อีกแล้ว และการเขียนถึงหนังที่ได้ดู ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เท่าไหร่แล้วเช่นกัน – -”

และส่งผลต่อเนื่อง อารมณ์ค้างไปถึงข้อถัดไป

น้ำท่วม ไปเชียงใหม่ ตะลุยฟังเสวนา

ช่วงที่คนกรุงเทพฯ ตื่นตระหนกกับข่าวน้ำท่วม และลุ้นกันอย่างถึงอารมณ์ว่ามันจะท่วมหรือไม่ท่วม ช่วงนั้นได้โอกาสไปช่วยเค้าทำเว็บให้ร้านหนังสือ Book Re:public ที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านหนังสือของกลุ่มปัญญาชนและนักเคลื่อนไหวกลุ่มนึงเค้ามารวมกันเปิดพื้นที่จัดงานเสวนาให้นักวิชาการท่านต่างๆ รวมทั้งจัดเป็นร้านขายหนังสือด้วย ครั้นได้ฤกษ์เปิดตัว จึงได้ไปเชียงใหม่ฟังงานเสวนาที่เขาจัด

แผนเดิมคืออยากจะหลบความโกลาหลและพลังด้านลบของคนกรุงเทพที่ปลดปล่อยกันออกมาอย่างสยดสยอง ยังนึกในใจว่าหากน้ำท่วมก็ถือโอกาสเที่ยวเชียงใหม่ไปด้วยในตัวก็น่าจะดี

แล้วบ้านก็น้ำท่วมจริงๆ ไม่ใช่ท่วมธรรมดา แต่ท่วมหนัก (แถมนานเกินกว่าคิดไว้มาก) ทุกอย่างจึงโกลาหลตามประสา

แต่นอกไปจากความโกลาหลจากที่บ้านแล้ว การมาอยู่เชียงใหม่ช่วงนั้นน่าประทับใจจริงๆ มีทั้งที่ทำงานแบบชิลชิล มีงานเสวนาความรู้ชวนฟัง มีร้านหมูสะเต๊ะที่น้องคนขายสวยยังกะนางฟ้า และอากาศก็ดีมากๆ

เมื่อถึงคราต้องกลับมากรุงเทพ ด้วยความที่อินกับบรรยากาศ และเพิ่งผ่านคอร์สเรียนแนววิธิคิดด้านศิลปะ จึงยังติดพัน พยายามไปฟังงานเสวนาที่เชียงใหม่เกือบทุกอาทิตย์ :)

คนจัดเค้าเก่งมากจริงๆ งานเสวนาที่เคยจัดเองแค่สองงานที่เล่าถึงข้างต้น เสร็จงานแล้วประทับใจแค่ไหนก็ยังเหนื่อยเกินกว่าที่จะอยากเข้าไปยุ่งหรือผลักดันงานอื่นต่อ แต่ร้านนี้เค้าจัดกันเกือบทุกสัปดาห์ ไม่ทราบว่าเอาพลังมาจากไหนเหมือนกัน

บรรยากาศที่ร้านบุ๊ครีพับลิก

บรรยากาศที่ร้านบุ๊ครีพับลิก

แต่แน่นอน ด้วยความชิล และเค้าก็ยุ่งกันมาก เว็บเลยไม่เสร็จซะที – -”

สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน

หวังว่าคงได้พบกันได้บ่อยกว่าเดิม

[top]

2 Responses to “ปีที่แล้ว 2554”

  1. kaninnit

    4 มกราคม 2012, 9:16 pm

    สวัสดีปีใหม่ครับ ไม่ได้อ่านบล็อกนี้ตั้งนาน นึกว่าจะไม่เขียนต่อซะแล้ว :D

  2. Warong

    4 มกราคม 2012, 11:28 pm

    ครับ คงพยายามมาเขียนให้มากขึ้นล่ะครับ – -”

Leave a Reply

Notify me of followup comments via e-mail. You can also subscribe without commenting.