“วันเวลาที่ผ่านเลย”

5 มิถุนายน 2009, 4:43 pm

เสกสรรค์และจิระนันท์ที่สำนักงานโลกหนังสือ ในงานแสดงภาพของสุชาติ สวัสดิ์ศรี

เสกสรรค์และจิระนันท์ที่สำนักงานโลกหนังสือ ในงานแสดงภาพของสุชาติ สวัสดิ์ศรี

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

วันเวลาที่ผ่านเลย
Remembrance of the Things Past

ผู้สร้าง : ไม่แน่ใจว่าผู้ใดถ่าย
ปีสร้าง : พ.ศ.2524
หมายเหตุ : เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ออกจาก “ป่า” กลับสู่เมืองเมื่อ พ.ศ.2523 ภาพนี้ถ่ายที่สำนักงาน โลกหนังสือ เสกสรรค์เดินทางมาพร้อมกับต้นฉบับเรื่องสั้นชุด ฤดูกาล ซึ่งเป็นรวมเรื่องสั้นชุดแรกที่เขาเขียนไว้ตั้งแต่สมัยอยู่ใน “ป่า” และต่อมาสำนักพิมพ์ดวงกมลได้จัดพิมพ์รวมเรื่องสั้นชุดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2524

งานแสดงภาพถ่ายของ “สิงห์สนามหลวง” มีถึงวันที่ 15 มิถุนายน ที่หอศิลป์ จามจุรีนะครับ

[เพิ่มเติม]

ลืมอ้างที่มาแฮะ รายละเอียดภาพเอามาจากคำบรรยายใต้รูปของงานแสดงภาพครับ เพลงดอกไม้ ผมพบจากอินเทอร์เน็ทนานมาแล้ว ไม่ทราบว่าใครขับร้อง เรียบเรียง รวมทั้งเผยแพร่ ส่วนเนื้อร้อง คงทราบกันดีว่ามาจากบทกวีของคุณจิระนันท์

เมื่อน้องที่ทำงานคนหนึ่งได้ยินชื่อคุณจิระนันท์ เขาตอบรับว่า “จิระนันท์ คนแปลบทหนังใช่ไหมพี่?” เขาจำได้ถูกต้อง และภาพนี้ก็ตั้งชื่อได้ถูกต้องเช่นกัน “วันเวลาที่ผ่านเลย”

[top]

จัดตารางดูหนังในเทศกาลวัฒนธรรมอิตาเลียน

4 มิถุนายน 2009, 10:32 pm

เทศกาลภาพยนตร์อิตาเลียน ส่วนหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมอิตาเลียน

เทศกาลภาพยนตร์อิตาเลียน ส่วนหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมอิตาเลียน

เทศกาลภาพยนต์อิตาเลียนปีนี้ไม่ง่ายเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะมีหนังตั้ง 19 เรื่อง บางเรื่องมีฉายแค่รอบเดียว และยังฉาย 6 เรื่องต่อวัน ซึ่งคิดว่าคงดู 6 เรื่องต่อวันไม่ไหว

เลยลองนั่งจัดตารางดู โดยมีโจทย์ว่า

ถ้าเอาตามแผนนี้ หนังน่าจะเริ่มตอนบ่ายๆ แล้วก็เลิกก็ประมาณ 4 ทุ่ม ดูจากเวลารอบฉาย คนจัดเผื่อเวลาสำหรับเอาอาหารยัดเข้าปากตามฟาสต์ฟู้ดได้ทุกๆ รอบอยู่แล้ว ดังนั้น ก็กินข้าวก่อนเข้าไปดู กินฟาสต์ฟู้ดรองท้องมื้อหนึ่งเกิดหิวหรือเหนื่อย แล้วก็หาอะไรกินตอนดึกๆ หน่อยได้สบาย

บัตรชุด 5 ใบ

บัตรชุด 5 ใบ

จัดออกมาได้ดังนี้:

เสาร์ 6 มิ.ย.
13:00 DAYS AND CLOUDS
15:25 DESERT ROSES
17:35 IL DIVO
20:00 A WHOLE LIFE AHEAD

อาทิตย์ 7 มิ.ย.
13:00 IL MATTINO HA L’ORO IN BOCCA
15:10 BREAD AND TULIPS
17:35 BEFORE YOU KNOW IT
21:30 THE FEAST

วันนี้ว่างตอนหนึ่งทุ่ม ผ่อนเอาแรงเล็กน้อย หาอะไรกินได้สบาย

จันทร์ 8 มิ.ย.
13:05 ONE OF TWO
15:15 THE RIGHT DISTANCE
17:30 13 AT A TABLE
21:50 THE SECOND WEDDING NIGHT

วันนี้ว่างช่วงทุ่มเหมือนกัน กินสบาย

อังคาร 9 มิ.ย.
13:10 CARAVAGGIO
15:45 THE FAMILY FRIEND
18:00 MATER NATURA
20:00 THE BEST DAY

พุธ 10 มิ.ย.
13:15 MS. F
15:20 SALTY AIR
17:20 A JOURNEY CALLED LOVE

อืม..แผนเดิมก็น่าจะเป็นตามนี้ เว้นแต่มีโยกเวลา

รายละเอียดอื่นๆ ดูได้ที่:

เสียดายไม่ค่อยมีเวลา ไม่งั้นคงได้ทำอะไรมากกว่าดูหนัง

[top]

BarCamp Bangkok 3

25 พฤษภาคม 2009, 1:05 pm

ท่านเม่นขณะกำลังเสนอหัวข้อเกี่ยวกับ 960gs

ท่านเม่นขณะกำลังเสนอหัวข้อเกี่ยวกับ 960gs

ท่านเม่นกับท่านมาร์คแห่ง Blognone

ท่านเม่นกับท่านมาร์คแห่ง Blognone

สงครามน้ำลาย CMS Showdown เมื่อตอนบ่ายสอง

สงครามน้ำลาย CMS Showdown เมื่อตอนบ่ายสอง

พัชร เกิดศิริกำลังดูแลความเรียบร้อยส่วนดนตรี

พัชร เกิดศิริกำลังดูแลความเรียบร้อยส่วนดนตรี

และก็เช่นทุกครั้ง...เราทำงานกันเมื่อถึงเวลาที่ควรจะทำเท่านั้น อีกสามชั่วโมงจะแข่งขัน ท่านเม่นนั่งปั่นธีม

และก็เช่นทุกครั้ง...เราทำงานกันเมื่อถึงเวลาที่ควรจะทำเท่านั้น อีกสามชั่วโมงจะแข่งขัน ท่านเม่นนั่งปั่นธีม

ปั่นงานกันสุดขีด

ปั่นงานกันสุดขีด

และแล้วก็ถึงเวลา CMS Showdown ตอน 2 ทุ่ม

และแล้วก็ถึงเวลา CMS Showdown ตอน 2 ทุ่ม

ทีมเวิร์ดเพรซร่วมแรงร่วมใจ

ทีมเวิร์ดเพรซร่วมแรงร่วมใจ

พัชร เกิดศิริ ขณะกำลังครุ่นคิดวางแผนการปล้นชัยชนะโดยไม่ต้องลงแรง

พัชร เกิดศิริ ขณะกำลังครุ่นคิดวางแผนการปล้นชัยชนะโดยไม่ต้องลงแรง

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่พัชร เกิดศิริก็ไม่อาจต้านทานกิเลสของคนถ่ายภาพได้

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่พัชร เกิดศิริก็ไม่อาจต้านทานกิเลสของคนถ่ายภาพได้

สมานฉันท์ของจริง ครั้นล่วงเข้าตีสาม จึงบังเกิดความคิดอันปราดเปรื่อง ขอเลียนเยี่ยงคุณอภิสิทธิ์กับคุณเนวิน กลับไปชื่นมื่นกับทีมจุมลาแล้วกลับบ้านนอนดีกว่า

สมานฉันท์ของจริง ครั้นล่วงเข้าตีสาม จึงบังเกิดความคิดอันปราดเปรื่อง ขอเลียนเยี่ยงคุณอภิสิทธิ์กับคุณเนวิน กลับไปชื่นมื่นกับทีมจุมลาแล้วกลับบ้านนอนดีกว่า

[top]

การจากลา การหวนคืน ในยุคอินเทอร์เน็ท

20 พฤษภาคม 2009, 1:51 pm

มีมาแล้วก็มีไป มีการจากและบ่อยครั้งที่ไม่มีการพบกันอีก – คาฟคา

การดำเนินชีวิตของเราเต็มด้วยการได้พบสิ่งใหม่ๆ ในเยาว์วัยอันน่าตื่นเต้นยามที่เรากำลังเรียนรู้โลก จินตนาการต่อชีวิตคือความแปลกใหม่ไร้ที่สิ้นสุด โดยมิทันเฉลียวใจหรือสำนึกรู้ตัว ในการเรียนรู้สิ่งใหม่เหล่านั้นเอง เราย่อมเหินห่างหรือกระทั่งจากลาบางสื่งบางอย่างไป อันเป็นธรรมดาในข้อจำกัดของเงื่อนไขความรับรู้ของมนุษย์ แต่การจากลาเหล่านั้นกลับมิได้มีความหมายใดๆ ต่อเรา เรากระทั่งลืมการมีอยู่ของมันเอาเสียด้วยซ้ำ นั่นคือช่วงเวลาแห่งความสุข เมื่อโลกคือเวทีแห่งการพานพบสิ่งใหม่ และการจากลาถูกผลักออกจากเวทีความรับรู้ของเราไป

อย่างไรก็ดี ระยะเวลาเช่นนี้ย่อมไม่ดำรงอยู่ตลอดไป ในบรรดาการจากลาอันนับไม่ถ้วนหากแต่ไร้ความหมายเหล่านั้น เมื่อมันแสดงตัวปรากฏต่อความรับรู้ของเราเป็นครั้งแรก จินตนาการต่อโลกของเราก็เปลี่ยนแปลงไป ดังเช่นตัวละครหนึ่งในนวนิยาย 11 นาที ของเปาโล คูเอลญูได้สัมผัส เธอรู้จักมันเป็นครั้งแรกจากเพื่อนต่างเพศของเธอ

เธอขอบคุณพระเจ้าที่ในที่สุดวันหยุดก็หมดลง แต่ไม่เห็นเด็กผู้ชายคนนั้นไปโรงเรียน หนึ่งอาทิตย์อันทุรนทุรายก็ดำเนินไปในลักษณะนี้ จนเธอรู้จากปากของเพื่อนบางคนว่า เขาได้ย้ายไปอยู่เมืองอื่นเสียแล้ว

“ไกลมากเลยล่ะ” เพื่อนคนหนึ่งบอก

ณ ช่วงเวลานั้นเองที่มาเรียรู้ว่า บางสิ่งบางอย่างเมื่อสูญไปแล้วจะสูญไปเลย และเธอก็ได้รู้อีกว่ามีที่ที่หนึ่งที่อยู่ “ไกล” รู้ว่าโลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ เมืองที่เธออยู่นั้นเล็กนิดเดียว และคนที่น่าสนใจทั้งหลาย สุดท้ายก็จะพากันไปอยู่ที่อื่นกันหมด

ในชั่วขณะนั้นเอง ความกว้างใหญ่ของโลกไม่ใช่ความกว้างใหญ่ที่รอคอยให้เราได้พบสิ่งใหม่แต่เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่เป็นความกว้างใหญ่ที่ทำให้เรารับรู้ถึงข้อจำกัดของตัวเราเอง และการดำรงอยู่นอกเหนือไปจากความสามารถที่จะรู้ มันมีนัยของการเติบโตอยู่ในความรู้สึกแบบนี้ เมื่อนั้นการพบและการจากจึงเป็นตัวละครที่โลดแล่นอยู่บนเวทีเดียวกัน จินตนาการถึงได้ และรู้ว่ารสชาติของมันเป็นเช่นไร ดังที่คาฟคาได้บันทึกถึงความรู้สึกของเขาเมื่อต้องจากลากับเพื่อนรักเอาไว้

แต่ในเมื่อเราอยู่กับปัจจุบันและมืดบอดต่ออนาคต เราย่อมไม่มีทางทราบว่าการจากลาครั้งใดคือฉากสุดท้ายของการได้พบกัน อารมณ์ในห้วงขณะการจากลาจึงเจือด้วยจินตนาการ มิลาน คุนเดอราเคยหยิบยกความรู้สึกนี้มาพิจารณาในนวนิยาย ความเขลา

คำว่า “การหวนคืน” ในภาษากรีกคือ nostos ส่วนคำว่า algos หมายถึง “ความทุกข์ใจ” เพราะฉะนั้นคำว่า nostalgia (ความโหยหา) จึงหมายถึง ความทุกข์ใจที่เกิดจากความปรารถนาอยากหวนคืนที่ไม่สมหวัง เพื่อสื่อความหมายดั้งเดิมนี้ ชาวยุโรปส่วนใหญ่ใช้คำที่มีรากมาจากภาษากรีก (nostalgia, nostalgie) รวมทั้งคำอื่นๆ ที่มีรากในภาษาประจำชาติ เช่น añoranza ในภาษาสเปน…คำว่า añoranza มาจากคำกริยาว่า añorar (รู้สึกโหยหา) ซึ่งมาจากคำในภาษาของชาวแคว้นคาทาโลเนียว่า enyorar โดยที่คำคำนี้มีรากมาจากคำในภาษาละตินคือ ignorare (แปลว่า ไม่ตระหนัก, ไม่รู้, ไม่เดียงสา, ขาด หรือพลาดไป) เมื่อดูจากรากศัพท์ทางนิรุกติศาสตร์ คำว่า nostalgia ดูเหมือนมีความหมายคล้ายๆ กับความเจ็บปวดที่เกิดจากความเขลาหรือความไม่รู้ เธออยู่แสนไกล และฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง ประเทศของฉันอยู่แสนไกล และฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

อารมณ์แบบนี้จึงเกี่ยวข้องกับจินตนาการถึงความห่างไกล ความไม่รู้ และมีท่วงทำนองของความทุกข์อยู่ด้วย แต่ความไม่รู้นี้เองเปิดกว้างต่อความคิดฝัน ภาพความห่างไกลก็เร้าจินตนาการ และคนเรามักค้นพบสุนทรียะจากความทุกข์ใจ คงเพราะเหตุนี้ อารมณ์ในห้วงการจากลาจึงแฝงด้วยความงาม บันดาลใจศิลปินมากมายให้สร้างสรรค์ผลงาน ดังบทกวีชิ้นดังของหลี่ไป๋ อำลาเมิ่งฮาวหยาน ที่หอกระเรียนเหลือง

故人西辞黄鹤楼,
烟花三月下扬州。
孤帆远影碧空尽,
唯见长江天际流

My old friend takes leave of the west at Yellow Crane Tower,
in misty third-month blossoms goes downstream to Yang-chou.
The far-off shape of his lone sail disappears in the blue-green void,
and all I see is the long river flowing to the edge of the sky.

แต่ในยุคสมัยนี้ ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารล้ำหน้าทันสมัย โฉมหน้าของโลกเปลี่ยนแปลงไป การจากลาเช่นนี้ยังเป็นสิ่งที่จินตนาการได้อีกหรือไม่? ในยุคที่เราสื่อสารกับคนข้างบ้านด้วยวิธีการและเครื่องมือเดียวกันกับการสื่อสารกับคนอีกซีกโลกหนึ่ง เราจากกันที่สนามบิน และอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้รับข่าวคราวเมื่อถึงที่หมายพร้อมภาพและเสียงจากแดนไกล บางทีคนรุ่นผมอาจจะเป็นรุ่นท้ายๆ แล้วก็ได้ที่ยังเข้าใจอารมณ์แห่งการจากลาเช่นนี้อยู่ อินเทอร์เน็ทได้ลดอารมณ์ลักษณะนี้ไป กับเด็กรุ่นหลังๆ ฉากสุดท้ายแห่งความสัมพันธ์ของพวกเขา น่าจะเป็นการเลือกโดยพร้อมใจว่าเราขอไม่รับรู้เรื่องราวของกันอีกแล้วเสียมากกว่า

โดยไม่ปลุกเขาตื่น ชาวทะเลฟีเอเชียนวางตัวโอดิสซุสที่ยังห่ออยู่ในเครื่องนอนไว้ใกล้ต้นมะกอกบนฝั่งอิธาคา แล้วค่อยผละจากมา การเดินทางของเขาสิ้นสุดลงเช่นนั้นเอง เขายังนอนหลับต่อไปอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อตื่นขึ้น เขาบอกไม่ถูกว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ครั้นแล้วเทวีอะธีนาเช็ดหมอกมัวจากดวงตาเขาและมันคือความปีติลิงโลดใจ ความปีติลิงโลดของการหวนคืนอันยิ่งใหญ่ ความปลาบปลื้มในสิ่งที่รู้ ดนตรีที่สะท้านอากาศให้สั่นไหวระหว่างโลกและสวรรค์ เขาแลเห็นท่าเรือที่คุ้นเคยแต่วัยเยาว์ ภูเขาที่ชะเงื้อมง้ำเป็นฉากหลัง เขาโอบกอดลูบไล้ต้นมะกอกเพื่อให้แน่ใจว่า มันยังเป็นมะกอกเดิมเมื่อยี่สิบปีก่อน

หากการจากลานำมาซึ่งความโศกเศร้าแกมหวาน การหวนคืนก็นำมาซึ่งความเบิกบานยินดี มิลาน คุนเดอราพรรณนาฉากการหวนคืนสู่บ้านเกิดหลังรอนแรมต่างถิ่นนานปีของโอดิสซุสได้อย่างน่าประทับใจ ในยุคโบราณที่ความกว้างใหญ่ของโลกทำให้การหวนคืนเป็นไปได้ยากลำบาก เมื่อบังเกิดขึ้น จึงเป็นความยิ่งใหญ่ดุจดังมหากาพย์

อารมณ์แห่งการหวนคืนนี้เองที่อินเทอร์เน็ททดแทนการสูญหายของการจากลาไปได้ ภายใต้เครือข่ายใหญ่โตมหึมา และการเชื่อมโยงถึงกันของโซเชียลเน็ทเวิร์ก ด้วยลำแขนกำยำนี้ เพื่อนเก่าที่จากกันไปนาน คนรู้จักที่ห่างเหินไปโดยไม่ทราบข่าวคราว จึงมีโอกาสหวนคืนสู่เวทีแห่งความรับรู้ของกันและกันอีกครั้งโดยไม่ยากเย็นนัก

รสความปีติยินดีเช่นนี้คงมีคุณค่าทางสุนทรียะในตัวไม่ด้อยไปกว่าการจากลา

[top]

ความปรองดอง?

5 พฤษภาคม 2009, 6:11 pm

อ่านข่าวเกี่ยวกับข้อเรียกร้องเรื่องความปรองดองและข้อเสนอทางออกประเทศไทยหลายๆ ข่าวในช่วงนี้แล้ว นึกถึงคำคมที่ออกจะโด่งดังของตอลสตอย

I sit on a man’s back, choking him and making him carry me, and yet assure myself and others that I am very sorry for him and wish to ease his lot by all possible means – except by getting off his back.

Leo Tolstoy

(ช่วงนี้กำลังอ่านผลงานของเขาอยู่ สังคมรัสเซียในสมัยนั้นมีหลายๆ อย่างใกล้เคียงกับไทยสมัยนี้มากๆ ทีเดียวแฮะ)

[top]
  • หน้า 4 จากทั้งหมด 7
  • <
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • >